บันไดเสียงเมเจอร์ โด เร มี ฟา โซ ลา ที นักดนตรีล้วนรู้จัก ดูจะเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่การเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจเรื่องง่าย ๆ นี้ก่อนนี่แหละ ที่จะเป็นกุญแจสู่การแต่งโซโล่ (ทำนอง) ที่ดี

ในดนตรีแจ๊สเอง บันไดเสียงเมเจอร์เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างทั้งทำนองและเสียงประสาน เอกลักษณ์ของโครงสร้างบันไดเสียงที่มีการเรียงลำดับของครึ่งเสียงและเต็มเสียงปรากฏในบันไดเสียงเมเจอร์ได้ส่งเสริมให้ศูนย์กลางเสียงมีความแข็งแกร่ง และสร้างความเป็นไปได้ที่หลากหลายทางดนตรี
Barry Harris
นักดนตรีแจ๊สชื่อดัง Barry Harris (1929-2021) ผู้มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์ทำนองอิมโพรไวส์ได้เน้นความสำคัญของบันไดเสียงเมเจอร์เป็นอย่างมากและแนะนำให้นักดนตรีทำความเข้าใจบทบาทของบันไดเสียงเมเจอร์ในดนตรีแจ๊สอย่างถ่องแท้ เขาเชื่อว่าหากเรียนรู้บันไดเสียงเมเจอร์อย่างแตกฉานในทุกกุญแจเสียงจะช่วยนำพาเราให้เข้าถึงแก่นของการอิมโพรไวส์ในดนตรีแจ๊ส
หากสนใจก็ลองเสิชว่า “Barry Harris” , “Major scale” ดูนะครับ จะพบบทความต่าง ๆ แล้วก็ Content ที่หลากหลายเลยครับ
ทดลองเล่นบันไดเสียงเมเจอร์

ลองไล่บันไดเสียงเมเจอร์ขึ้นและลงดูนะครับ เราจะลองกับบันไดเสียง C เมเจอร์ โดยเริ่มจากโน้ตตัว C ตำแหน่งไหนก็ได้ครับ ลองไล่ขึ้นไล่ลงช้า ๆ และสังเกตโครงสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างโน้ตแต่ละตัวที่เกิดขึ้น จากเสียงที่เราได้ยิน
ถัดมา เราอาจลองเล่นโน้ตต่าง ๆ ที่อยู่ในบันไดเสียงนี้ไปมาเรื่อย ๆ โดยไม่คำนึงถึงลำดับมากนัก
เราจะพบว่า โน้ต C เหมือนมีแรงดึงดูดที่โน้ตตัวอื่น ๆ อยากจะเคลื่อนที่เข้าหามากที่สุด โดยเป็นโน้ตที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสมบูรณ์มากที่สุด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้บ่งบอกว่าโน้ต C คือศูนย์กลางเสียงในบริบทที่เรากำลังบรรเลงอยู่
แนวโน้มการเคลื่อนที่ของโน้ตในบันไดเสียง
ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ว่าโน้ต C จะเป็นศูนย์กลางเสียงที่สร้างความสมบูรณ์มากที่สุด แต่ระหว่างทางที่เราทดลองบรรเลงโน้ตในบันไดเสียงไปมา เราอาจพบว่ายังมีโน้ตอื่น ๆ ที่มีแรงดึงดูดรองลงมา โดยเมื่อโน้ตอื่นรอบตัวโน้ตนั้น ๆ เคลื่อนที่เข้าหา จะมีความรู้สึกผ่อนคลายเกิดขึ้นเช่นกัน
ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ทฤษฎีตามแบบแผนดั้งเดิมของดนตรีตะวันตกได้อธิบายไว้ โดยในทฤษฎีตามแบบแผนดั้งเดิมของดนตรีตะวันตกได้อธิบายถึงแนวโน้มการเคลื่อนที่ของโน้ตแต่ละลำดับขั้นในบันไดเสียงไว้ดังนี้

แนวโน้มการเคลื่อนที่นี้เป็นเพียงแนวโน้มเท่านั้นตามชื่อ ไม่ใช่ข้อบังคับหรือกฏเกณฑ์ตายตัว แต่ก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะสัมพันธ์กับบทบาทหน้าที่ของโน้ตแต่ละตัว และบทบาทหน้าที่ของคอร์ดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบทเพลงที่อยู่ในระบบดนตรีโทนัลต่อไป
ในเชิงของการแต่งทำนอง
เมื่อพิจารณาโน้ตทุกตัวที่มีแนวโน้มถูกเคลื่อนที่เข้าหา นำมาประกอบรวมกัน เราก็คงจะสังเกตได้ว่ามันก็คือคอร์ด C Major นี่เอง ซึ่งเป็นคอร์ด 1 บนบันไดเสียงไดอะทอนิก เป็นคอร์ดที่เป็นศูนย์กลางและสำคัญที่สุดบนบันไดเสียง
ในเชิงของการแต่งทำนอง เราสามารถตั้งให้โน้ตสมาชิกคอร์ดเหล่านี้เป็นโน้ตเป้าหมายที่จะให้โน้ตอื่น ๆ คอยเคลื่อนที่เข้าหา และการนำโน้ตเป้าหมายนี้มาใช้ในการจบประโยคต่าง ๆ จะช่วยสร้างความอิ่ม ความผ่อนคลาย หรือความสมบูรณ์ให้กับประโยคนั้น ๆ ได้ โดยโน้ต C จะเป็นโน้ตที่มีแนวโน้มสร้างความสมบูรณ์มากที่สุด ในบางบริบทอาจทำให้รู้สึกสมบูรณ์จนไม่ต้องการไปต่อ ดังนั้น หากเรายังคงต้องการขับเคลื่อนบทเพลงต่อไปเรื่อย ๆ อาจต้องคำนึงในประเด็นนี้ด้วย
คราวนี้ลองทดลองเล่นคอร์ด C Major พร้อมกับไล่บันไดเสียง C Major ไปมา โดยอาจไล่เป็นลำดับบ้าง หรือไม่เป็นลำดับบ้าง แล้วสังเกตพฤติกรรมแนวโน้มการเคลื่อนที่ดูนะครับ
สิ่งสำคัญคือการสังเกตความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น
อย่างที่กล่าวไปว่าแนวโน้มการเคลื่อนที่ไม่ใช่กฏเกณฑ์ข้อบังคับ และหูคนฟังปัจจุบันอาจจะเริ่มคุ้นเคยและชื่นชอบการเคลื่อนที่เข้าหาหรือจบประโยคในโน้ตสีสันอื่น ๆ ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดหากเราเจตนาต้องการเคลื่อนที่เข้าหาโน้ตเป้าหมายอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างโน้ตต่าง ๆ สังเกตความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราเคลื่อนที่อยู่บนบันไดเสียงว่าทำนองต้องการแล่นไปที่ไหน ไปที่ไหนแล้วทำให้รู้สึกว่ายังจบไม่ได้ ยังต้องการเคลื่อนที่ต่อ ไปที่ไหนแล้วทำให้รู้สึกว่าสามารถจบประโยคได้แล้ว เป็นต้น
ตัวอย่างที่ยกมานี้ ผมยกตัวอย่างด้วยบันไดเสียง C เมเจอร์ กับคอร์ด C เมเจอร์ เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ซึ่งหากมองลึกลงไป ในดนตรีแจ๊สเราสามารถมองมิติความสัมพันธ์ระหว่างคอร์ดกับบันไดเสียงในภาพกว้าง (ทั้งบทเพลง) หรือในภาพแคบเฉพาะจุด (เฉพาะในบริเวณของคอร์ดนั้น ๆ ) ได้ ซึ่งการมองความสัมพันธ์ในหลากหลายมิตินี้ จะต่อยอดสู่การแต่งทำนองที่มีสีสันหลากหลายในดนตรีแจ๊สต่อไป
เราอาจลองสังเกตแนวโน้มการเคลื่อนที่และความสัมพันธ์ในบันไดเสียงอื่น ๆ และกับคอร์ดอื่น ๆ ดูด้วยได้นะครับ
เริ่มต้นที่บันไดเสียงเมเจอร์
อย่างไรก็ตาม การเข้าใจบันไดเสียงเมเจอร์ และความสัมพันธ์ที่มีต่อคอร์ดต่าง ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสรรค์ทำนองหรือการอิมโพรไวส์ในดนตรีแจ๊สเลยครับ เป็นฐานสำคัญที่จะต่อยอดสู่ความหวือหวาอื่น ๆ ต่าง ๆ นานา และก็เหมือนเป็นบ้านหลังหนึ่งที่ให้เรากลับเข้าหาได้ทุกเมื่อหลังจากที่เราไปโลดโผนโหด ๆ มา (555)
เหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่ผมเองก็เพิ่งเริ่มตกผลึกไม่นานมานี้เองครับ บางเรื่องยังเป็นความเข้าใจที่ไม่สามารถกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดได้ ไว้ถ้ากลั่นกรองได้เมื่อไหร่ อาจจะนำมาเขียนอธิบายใหม่ให้ดีกว่านี้นะครับ
รวมถึง ถ้ามีโอกาส ผมจะนำเทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมความเข้าใจในบันไดเสียงเมเจอร์มากขึ้นมาแนะนำนะครับ ซึ่งก็มีความรู้จาก Barry Harris ด้วยเช่นกันครับ
“ความเข้าใจ” ที่ผมพูดถึง ไม่ใช่ว่า เรารู้จักบันไดเสียงเมเจอร์ เรารู้จักว่ามันคือ โด เร มี ฟา โซ ลา ที อะไรแบบนี้นะครับ แต่หมายถึง การซึมซับเข้าใจถึงความสัมพันธ์ที่เกิดภายในตัวมัน ซึ่งเราจะเริ่มเข้าถึงได้จากการคอยสังเกตบ่อย ๆ ระหว่างฝึกซ้อมครับ พินิจพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างฝึกซ้อม (อันนี้จากประสบการณ์ผมนะครับ)
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะครับ
เกร็ดที่ผมนำเสนอในวันนี้เป็นความรู้ที่ผมได้มาบวกกับประสบการณ์ที่ผมสัมผัสมาเองครับ
ไว้จะทยอยแนะนำเกร็ดอื่น ๆ อีกเรื่อย ๆ ครับ
yo23takahashi
บรรณานุกรม;
วิบูลย์ ตระกูลฮุ้น. ทฤษฎีดนตรีตะวันตก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2563.