ว่าด้วยเรื่องหน้าที่ (Function) ของคอร์ด
หน้าที่การทำงานของคอร์ด
ก่อนหน้านี้ผมได้เขียนบทความอธิบายเกี่ยวกับ หน้าที่ของคอร์ด (Function) ที่มีอยู่ในบทเพลงระบบโทนัลมา 2 บทความแล้วใน [รู้ไหมว่า… คอร์ดมี “หน้าที่”] กับ [ทำไมคอร์ดจึงมี “หน้าที่”]
สำหรับบทความนี้ผมทำมาเพิ่มเติมอีก โดยตั้งใจจะอธิบายให้ผู้อ่านได้เห็นภาพการทำงานของคอร์ดมากขึ้น และเห็นภาพความสำคัญของบทบาทหน้าที่ต่างๆ ของคอร์ดครับ
3 หน้าที่หลักในดนตรีระบบโทนัล
2 บทความก่อนหน้านี้ผมได้อธิบายถึง 3 กลุ่มหน้าที่หลักที่มีอยู่ในดนตรีระบบโทนัลไปใช่ไหมครับ พร้อมกับให้อิมเมจของหน้าที่แต่ละกลุ่มตามความรู้สึกส่วนตัวของผมด้วยตารางดังต่อไปนี้
| หน้าที่ (Function) | อิมเมจของหน้าที่ (อิมเมจส่วนตัวนะครับ 555) |
|---|---|
| Tonic (T) | พระเอก และผู้ช่วยพระเอก |
| Dominant (D) | พระรอง และผู้ช่วยพระรอง |
| Sub-dominant (SD) | ตัวละครสบทบเบอร์หนึ่ง และเบอร์อื่นๆ |
โดยบทความนี้ ผมเพียงแต่จะมาขยายภาพอิมเมจของหน้าที่ให้ผู้อ่านนึกภาพตามได้ง่ายๆ เท่านั้นหากใครมาเจอบทความนี้เป็นบทความแรก แนะนำให้อ่าน 2 บทความก่อนหน้านี้ที่ผมแปะไว้ในหน้าแรกก่อนนะครับ เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของ “หน้าที่” ที่เกิดขึ้นในคอร์ดครับ
ขอออกตัวก่อนว่าทั้งหมดเป็นอิมเมจส่วนตัวของผมล้วนๆ นะครับ แต่เชื่อว่าผู้อ่านจะพอเห็นภาพ และเมื่อเห็นภาพแล้ว ผู้อ่านก็สามารถสร้างอิมเมจส่วนตัวตามที่รู้สึกกันได้ครับ

ลองนึกภาพว่า มีหนังเรื่องหนึ่งเปิดฉากมาด้วยสถานที่แห่งหนึ่ง
และที่นั่นมีคนคนหนึ่งอยู่ตัวคนเดียว
เราจะบอกได้หรือไม่? ว่าเขาเป็นใคร
เป็นพระเอก หรือเป็นพระรอง เป็นตัวละครสมทบ หรือตัวร้าย
คำตอบคือ… เราคงฟันธงไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร
เราคงฟันธงบทบาทหน้าที่ของคอร์ดใดๆ ไม่ได้หากเราเห็นมันเพียงคอร์ดเดียว

แต่เมื่อมีคนโผล่มาอีกคนหนึ่ง มีการสื่อสารสนทนากันเกิดขึ้น
ก็เริ่มมีเรื่องราวระหว่างคนสองคนเกิดขึ้น
เราถึงจะเริ่มรู้ว่าใครเป็นใครอะไรยังไง
คอร์ดใดคอร์ดหนึ่งจะมีความสำคัญขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมีอีกคอร์ดหนึ่งเกิดขึ้น

การขับเคลื่อนดำเนินเรื่องราวนั้น
ยิ่งมีตัวละครน้อย เส้นเรื่องของหนังก็จะน้อย เรื่องราวก็คงจะไม่หวือหวามาก
ยิ่งมีตัวละครเยอะ เส้นเรื่องของหนังก็เยอะขึ้น มีความซับซ้อนขึ้น
อาจจะมีสีสันสนุกสนานถ้าเยอะกำลังดี
หรืออาจกลายเป็นยุ่งเหยิงเกินจนเชื่อมโยงเรื่องราวไม่ถูกถ้าเยอะเกินไป
คอร์ดน้อยก็ดูเรียบง่าย คอร์ดเยอะก็ดูซับซ้อน

การวางลำดับตัวละครเพื่อขับเคลื่อน ประคอง ส่งต่อเรื่องราว
มีผลต่ออารมณ์ น้ำหนัก ความเข้มข้นของหนัง

คอร์ดเปรียบได้กับตัวละครที่คอยส่งต่อ “เรื่องราว” (Melody / ทำนอง)

อารมณ์ของ “เรื่องราว” ก็เปลี่ยนไปตามลำดับหน้าที่ต่างๆ (ของตัวละคร)
.
.
.
ภาพทั้งหมดที่ผมอธิบายมานี้เป็นเพียงอิมเมจส่วนตัว แต่เชื่อว่าผู้อ่านจะเห็นภาพมากขึ้นนะครับ หน้าที่การทำงานของคอร์ดในดนตรีระบบโทนัลก็จะมีลักษณะประมาณนี้แหละครับ หน้าที่ที่แตกต่างกันในการขับเคลื่อน ประคอง ส่งต่อเรื่องราว (ทำนอง) เป็นตัวสร้างอารมณ์รสชาติให้กับเพลง
ลองนึกภาพตามจากพวกเพลงที่มีการ Re-Arranged หรือ Re-harmonized ก็ได้ครับ ทั้งๆ ที่เพลงเหล่านี้มีทำนองหรือ Melody เดียวกันเป้ะ แต่เมื่อเราเรียบเรียงคอร์ดใหม่ อารมณ์รสชาติของเสียงที่ได้ก็เปลี่ยนแปลง ซึ่งมันก็มาจากการที่เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในหน้าที่การทำงานของคอร์ดที่เราเรียบเรียงใหม่นี่แหละ
ก่อนหน้านี้ ผมบอกอิมเมจของบทบาทหน้าที่ตามความรู้สึกด้วยการเรียกเป็นตัวละครไปแล้ว ทีนี้หากพูดให้ลึกขึ้นอีกนิดในแง่ของการทำงาน ผมจะมีอิมเมจประมาณนี้ครับ
| Tonic (T) | อยู่เป็นแกนกลาง รอทุกคนเข้าหา |
| Dominant (D) | กระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้น เร้าใจ |
| Sub-dominant (SD) | คอยประคับประคอง สร้างสีสัน |
แม้จะไม่ได้ 100% แต่ภาพรวมกว้างๆ ก็จะเป็นประมาณนี้ครับ
คราวนี้ เมื่อทุกคนรู้เรื่องนี้แล้ว ก็สามารถไปสร้างอิมเมจส่วนตัวของแต่ละคนตามความรู้สึกของแต่ละคนได้เลย จะไปเปรียบเทียบเปรียบเปรยกับอะไรก็แล้วแต่ แต่อย่างน้อยก็เชื่อว่าทุกคนคงได้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้หน้าที่ของคอร์ดแล้วนะครับ
.
.
.
บทความวันนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้มองว่าบทความนี้เป็นแค่การเปิดช่องทางการทำความเข้าใจนะครับ โดยถ้ามีโอกาสก็อยากให้ศึกษารายละเอียดที่ลึกกว่านี้กันครับ : )
อย่าปักใจเชื่อผมทั้งหมด และต้องหมั่นศึกษากันเองด้วยนะครับ : ) ขอบคุณครับ
yo23takahashi